การทำชานดินขั้นบันไดให้ได้ระดับ
ที่ดินที่เป็นเนินหรือควนสูงยังใช้ทำประโยชน์ได้ โดยปรับพื้นที่ให้เป็นชานดินเหมือนกับขั้นบันไดให้ได้ระดับขนานไปกับพื้นดิน บางทีอาจต้องทำชานดินเป็นชั้น ๆ อ้อมไปตามไหล่เนินหรือควนทั้งลูก เครื่องมือ ในการหาระดับอย่างง่าย ๆ เช่น ใช้ระดับน้ำในสายยางชนิดใส หรือใช้ไม้แนวระดับซึ่งมีขาสูงเท่ากัน ๒ ขา มีระดับน้ำติดไว้ตรงกลางของไม้ยาวที่ยึดขาทั้ง ๒ ไว้ หรือจะใช้ "ดิ่งหน้าจั่ว" ซึ่งมีเชือกผูกลูกดิ่งห้อยลง จากมุมบนของหน้าจั่วก็ได้
ความสำคัญของ "ดิ่งหน้าจั่ว" คือ ทุก ๆ ครั้งที่เชือกลูกดิ่งจากมุมบนของจั่วอยู่ที่จุดศูนย์กลางของฐานจั่ว ขาของหน้าจั่วที่ยื่นออกไปเท่ากันทั้ง ๒ ข้าง จะอยู่ในระดับเดียวกันเมื่อตั้งต้นจากจุดหนึ่ง สมมุติว่า ขาของจั่วข้างหนึ่งวางอยู่ตรงหมุดที่ ๑ และขาอีกข้างหนึ่งวางอยู่ที่หมุดที่ ๒ เมื่อขยับขาจั่วทั้ง ๒ ข้างให้เส้นดิ่งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของฐานจั่ว ระดับของขาจั่วที่วางอยู่ที่หมุดที่ ๑ และหมุดที่ ๒ จะอยู่ในระดับเดียวกัน ในการหาระดับหมุดที่ ๓ ให้ขาข้างหนึ่งของหน้าจั่วเหยียบอยู่ตรงหมุดที่ ๒ และให้ขาอีกข้างหนึ่งก้าวไปยังหมุดที่ ๓ เมื่อเส้นดิ่งอยู่ตรงศูนย์กลาง ขาหน้าจั่วอยู่ตรงหมุดที่ ๓ ก็จะได้ระดับเดียวกันกับหมุดที่ ๒ และจะอยู่ในระดับเดียวกันกับหมุดที่ ๑ ด้วย ทำเรื่อย ๆ ไปตามวิธีนี้ ระดับที่จะได้ตรงหมุดที่ ๔-๕-๖ และต่อ ๆ ไปจะเท่ากันเสมอ และถ้าทำไปรอบ ๆ เนินจะวนกลับมาถึงหมุดที่ ๑ ได้ระยะระหว่างขาจั่วทั้ง ๒ ข้าง จะถ่างให้ตรงพอดีกับระยะปลูกที่ต้องการได้ยิ่งดี เช่น หน้าจั่วก้าวไป ๒ ครั้งให้ได้ระยะ ๓ เมตร พอดีที่จะปักหมุดสำหรับปลูกต้นยาง ๑ ต้น
การหาระดับทำขั้นบันได ควรจะทำจากยอดเนินลงมา ระยะระหว่างขั้นควรให้ระยะตามข้อ ๓(๒) ข้างต้น ระยะขั้นจะถี่ห่างเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับความชันของเนินหรือควนด้วย ถ้าชันมากจะใช้ระยะถี่ขึ้นเล็กน้อยได้ (ระยะที่กล่าวนี้ หมายถึง ระยะถี่ห่างกันทางอากาศของต้นยาง ไม่ใช่ระยะที่วัดบนดินที่ลาดเอียง) การทำชานดินเป็นขั้นบันได ทำให้ใช้ที่ดินได้ประโยชน์ ขึ้น แทนที่จะทิ้งที่ดินที่เป็นควนเขาให้เสียไป การปลูกต้นยางในที่ดินควนเขาตามวิธีนี้ เป็นการช่วยเก็บน้ำและรักษาดินมิให้พังทลายด้วย ชานดินดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นได้ โดยตัดดินลึกเข้าไปในเนินเหมือนกับจะทำถนนเลียบเขา แนวชานดินกว้างประมาณ ๑.๕-๒ เมตร เอียงเข้าไปทางเนิน น้ำฝนที่ตกลงมาจะไหลเข้าไปในเนินดิน จะมีคันดินด้านนอกกั้นมิให้น้ำไหลตกลงมาจากชาน
เมื่อปักหมุดเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไป คือ การขุดหลุมตรงที่ได้ปักหมุดไว้แล้วทุกหมุด หลุมที่จะขุดควรขุดให้ได้ขนาดกว้าง ๕๐ เซนติเมตร กลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ และให้ลึกประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ขนาดของก้นหลุมให้แคบกว่าปากหลุมเล็กน้อยความสำคัญของ "ดิ่งหน้าจั่ว" คือ ทุก ๆ ครั้งที่เชือกลูกดิ่งจากมุมบนของจั่วอยู่ที่จุดศูนย์กลางของฐานจั่ว ขาของหน้าจั่วที่ยื่นออกไปเท่ากันทั้ง ๒ ข้าง จะอยู่ในระดับเดียวกันเมื่อตั้งต้นจากจุดหนึ่ง สมมุติว่า ขาของจั่วข้างหนึ่งวางอยู่ตรงหมุดที่ ๑ และขาอีกข้างหนึ่งวางอยู่ที่หมุดที่ ๒ เมื่อขยับขาจั่วทั้ง ๒ ข้างให้เส้นดิ่งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของฐานจั่ว ระดับของขาจั่วที่วางอยู่ที่หมุดที่ ๑ และหมุดที่ ๒ จะอยู่ในระดับเดียวกัน ในการหาระดับหมุดที่ ๓ ให้ขาข้างหนึ่งของหน้าจั่วเหยียบอยู่ตรงหมุดที่ ๒ และให้ขาอีกข้างหนึ่งก้าวไปยังหมุดที่ ๓ เมื่อเส้นดิ่งอยู่ตรงศูนย์กลาง ขาหน้าจั่วอยู่ตรงหมุดที่ ๓ ก็จะได้ระดับเดียวกันกับหมุดที่ ๒ และจะอยู่ในระดับเดียวกันกับหมุดที่ ๑ ด้วย ทำเรื่อย ๆ ไปตามวิธีนี้ ระดับที่จะได้ตรงหมุดที่ ๔-๕-๖ และต่อ ๆ ไปจะเท่ากันเสมอ และถ้าทำไปรอบ ๆ เนินจะวนกลับมาถึงหมุดที่ ๑ ได้ระยะระหว่างขาจั่วทั้ง ๒ ข้าง จะถ่างให้ตรงพอดีกับระยะปลูกที่ต้องการได้ยิ่งดี เช่น หน้าจั่วก้าวไป ๒ ครั้งให้ได้ระยะ ๓ เมตร พอดีที่จะปักหมุดสำหรับปลูกต้นยาง ๑ ต้น
การหาระดับทำขั้นบันได ควรจะทำจากยอดเนินลงมา ระยะระหว่างขั้นควรให้ระยะตามข้อ ๓(๒) ข้างต้น ระยะขั้นจะถี่ห่างเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับความชันของเนินหรือควนด้วย ถ้าชันมากจะใช้ระยะถี่ขึ้นเล็กน้อยได้ (ระยะที่กล่าวนี้ หมายถึง ระยะถี่ห่างกันทางอากาศของต้นยาง ไม่ใช่ระยะที่วัดบนดินที่ลาดเอียง) การทำชานดินเป็นขั้นบันได ทำให้ใช้ที่ดินได้ประโยชน์ ขึ้น แทนที่จะทิ้งที่ดินที่เป็นควนเขาให้เสียไป การปลูกต้นยางในที่ดินควนเขาตามวิธีนี้ เป็นการช่วยเก็บน้ำและรักษาดินมิให้พังทลายด้วย ชานดินดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นได้ โดยตัดดินลึกเข้าไปในเนินเหมือนกับจะทำถนนเลียบเขา แนวชานดินกว้างประมาณ ๑.๕-๒ เมตร เอียงเข้าไปทางเนิน น้ำฝนที่ตกลงมาจะไหลเข้าไปในเนินดิน จะมีคันดินด้านนอกกั้นมิให้น้ำไหลตกลงมาจากชาน
ดินที่ขุดขึ้นควรขุดแยกดินบนไว้ต่างหากจากดินชั้นล่าง ตากแดดไว้ประมาณ ๑๐-๑๕ วัน เมื่อดินแห้งแล้ว ให้ย่อยดินชั้นบนให้ร่วน แล้วกวาดลงหลุมไปตามเดิม ย่ำดินให้แน่นพอสมควร กะให้สูงจากก้นหลุมประมาณ ๒๕-๓๐ เซนติเมตร ถ้าไม่พอก็ให้กวาดหน้าดินที่อยู่รอบ ๆ หลุมด้วยก็ได้ แล้วจึงกวาดดินล่างซึ่งผสมกับปุ๋ยร็อคฟอสเฟตหลุมละประมาณ ๑/๒ กระป๋องบุหรี่ เติมลงไปจนเต็มหลุม ทั้งนี้เฉพาะการปลูกต้นตอติดตาเขียวซึ่งเป็นต้นเล็กมากเท่านั้น ถ้าต้นที่ใช้ปลูกเป็นต้นขนาดใหญ่ รากลึกลงไปเกือบถึงก้นหลุม จะต้องใช้ดินบนผสมปุ๋ยเอาไว้ก้นหลุม รากต้นยางจึงจะได้อาหารตามต้องการ เสร็จแล้วให้ปักหมุดไว้ตรงกลางหลุมตามเติมจนกว่าจะถึงเวลาปลูก ถ้าหากเห็นว่า จะต้องรอเวลาอีกนานกว่าจะปลูก จะเก็บปุ๋ยเอาไว้ผสมกับดินล่างเมื่อจะปลูกต้นยางก็ได้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น