1. นายสุริยพงศ์ เพชรอินทร์ ม.6/2
2. นางสาวสุนิสา ไมหมาด ม.3/1
3. นายปิยพงศ์ ผอมเขียว ม.4/2
4. ด.ช.สุวิทย์ จันทร์โหน่ง ม.1/1
5. นายอดิศักดิ์ หลงหา ม.4/2
ครูที่ปรึกษา
1. นายสุอีน สูบเด็น
นิกาฮ์ การแต่งงานแบบอิสลาม
การแต่งงงานแบบอิสลาม หรือเรียกกันตามภาษาอาหรับว่า “พิธีนิกาห” นั้นเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสูงส่งเหนือสัตว์โลกอื่น ๆ และเชื่อว่าความผูกพันระหว่างชายกับหญิงเป็นความผูกพัน กันด้วยชีวิตเพราะต่างก็เปรียบเหมือนวงกลมที่ถูกแบ่งเป็นสองส่วนและแยกจากกัน แต่อัลลอฮ สุบหฯ บันดาลให้มาบรรจบกันจนกลายเป็นวงกลมที่สมบูรณ์
สำหรับเรื่องของการแต่งงานหรือประกอบพิธี “นิกาฮ์” นั้น ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1. การแต่งงานตามบทบัญญัติของศาสนา
2. การแต่งงานตามประเพณีที่ปฏิบัติกัน
ที่ต้องแบ่งเพราะ 2 ประเภทนั้นเพราะมีความแตกต่างกันอย่างมาก อย่างเช่นการแต่งงานของชาวมุสลิมบางคนผสมผสานวัฒนธรรมชุมชนเข้าไป เช่น การแห่เจ้าบ่าวเข้ามัสยิด โดยมีต้นกล้วย ต้นอ้อย นำหน้าขบวน หรือมีของที่สื่อความหมายในทำนองว่าให้คู่บ่าวสาวอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนนาน ซึ่งแบบอย่างเหล่านี้ไม่ใช่เป็นแนวทางของอิสลาม เพราะการแต่งงานแบบอิสลามนั้นเป็นบทบัญญัติที่มาจากพระผู้เป็นเจ้าและห้ามเสริมเติมแต่งหลักการที่มีอยู่แล้วเป็นอย่างอื่นนอกเหนือหลัก
องค์ประกอบในการทำพิธีนิกาฮ์มี 5 ประการ
1. เจ้าบ่าว เจ้าสาว
2. “วะลีย์” (ผู้ปกครองของฝ่ายหญิง) ซึ่งต้องเป็นผู้ปกครองทางด้านเชื้อสายและเป็นผู้ที่ไม่สามารถแต่งงานกับเจ้าสาวได้หมายถึงคุณพ่อของเจ้าสาวพี่ชายแท้ ๆ ญาติสนิทแท้ ๆ
3. พยาน 2 คน ต้องเป็นผู้ชายที่มีคุณธรรม คือ เป็นผู้ที่เคร่งครัดในการปฏิบัติหลักการของศาสนา
4. คำเสนอของ “วะลีย์”
5. คำสนองตอบของเจ้าบ่าว
ปฏิบัติเพียง 5 ข้อนี้ ชายหญิงก็จะได้ชื่อว่าแต่งงานกันอย่างถูกต้องเป็นสามี-ภรรยา ตามหลักของอิสลามแล้วส่วนการจดทะเบียนสมรสนั้น เป็นเรื่องของสังคมและกฎหมายที่เข้ามาเป็นองค์ประกอบ
รายละเอียดของการนิกาฮ์ตามหลักอิสลาม
ประเพณีการแต่งงานในศาสนาอิสลาม เริ่มจากการสู่ขอ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องสู่ขอสตรีที่สามารถแต่งงานได้ด้วยเท่านั้น หมายถึง หญิงที่ไม่ได้อยู่ระหว่าง อิดดะฮ (อยู่ในช่วงสามเดือนแรกของการหย่าร้าง) หรือหญิงสามีตาย (ซึ่งต้องรอจนครบสี่เดือนกับสิบวันเสียก่อนจึงจะสู่ขอได้) เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลงและกำหนดมะฮัร (คือสินสอดที่ฝ่ายชายมอบให้ฝ่ายหญิง ตามที่ฝ่ายหญิงเรียกร้องและสินสอดนั้นจะเป็นสิทธิ์ของฝ่ายหญิงแต่เพียงผู้เดียว) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องหาวันแต่งงานตามสะดวง วันแต่งงานเจ้าบ่าวจะต้องยกของหมั้นหรือมะฮัรมาที่บ้านเจ้าสาวหรืออาจจะไปทำพิธีที่มัสยิดได้
คำกล่าวที่ใช้ในพิธีนิกาฮ์
พิธีจะเริ่มต้นด้วยการอ่านปาฐกถาธรรม (บทที่ว่าด้วยการครองเรือน) ให้เจ้าบ่าว เจ้าสาวฟัง
จากนั้นก็จะเป็นคำเสนอของวลีย์ คือ ตำกล่าวของผู้ปกครองฝ่ายเจ้าสาวเพื่อให้เจ้าบ่าวยอมการแต่งงานครั้งนี้ มีหลักใหญ่ใจความว่า “ฉันนิกท่าน (ชื่อเจ้าบ่าว) กับลูกสาว (ชื่อเจ้าสาว) ด้วยมะฮัร ตกลงกันไว้ ”
เมื่อวลีย์กล่าวคำเสนอจบแล้ว เจ้าบ่าวต้องกล่าวคำสนองทันทีว่า “ผมรับการนิกานางสาว (ชื่อเจ้าสาว) ด้วยมะฮัรตามที่ตกลงไว้”
การเลี้ยงฉลองการแต่งงาน
หลักแต่งงาน(นิกาฮ์)เสร็จแล้วก็สามารถจัดงานเลี้ยงฉลองได้เรียกว่า “วะลีมะฮ”ซึ่งอาจจัดเลี้ยงบ้าน สโมสร หรือโรงแรมก็ได้ ตามสะดวก การเลี้ยงฉลองอาจไม่ต้องทำในวันเดียวกันกับวันนิกาหก็ได้ แต่การเลี้ยงฉลองนั้นต้องรักษาไว้ซึ่งระเบียบและความงานแห่งศาสนา จะต้องไม่นำสิ่งที่ศาสนาห้ามไปเป็นส่วนหนึ่งของการเลี้ยงฉลอง “วะลีมะฮ์”
ความสำคัญของการแต่งงานแบบอิสลาม
อิสลามนั้นได้ให้ความสำคัญของการสร้างครอบครัวไว้สูง เพราะการแต่งงานเมื่อมีพร้อมและเมื่อถึงวัยอันควร เป็นการเริ่มต้นของการสร้างครอบครัวและเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความเข็มแข็งทางสังคม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น