วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

กิจกรรม การทำพิธีนิกาฮ์

                    ผู้นำเสนอ

            1.    นายสุริยพงศ์                 เพชรอินทร์             ม.6/2
2.    นางสาวสุนิสา               ไมหมาด                ม.3/1
3.    นายปิยพงศ์                   ผอมเขียว               ม.4/2
4.     ด.ช.สุวิทย์                     จันทร์โหน่ง             ม.1/1
5.     นายอดิศักดิ์                  หลงหา                   ม.4/2

                    
                ครูที่ปรึกษา

            1. นายสุอีน   สูบเด็น

               
นิกาฮ์  การแต่งงานแบบอิสลาม
           การแต่งงงานแบบอิสลาม  หรือเรียกกันตามภาษาอาหรับว่า  พิธีนิกาหนั้นเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง  เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสูงส่งเหนือสัตว์โลกอื่น ๆ และเชื่อว่าความผูกพันระหว่างชายกับหญิงเป็นความผูกพัน  กันด้วยชีวิตเพราะต่างก็เปรียบเหมือนวงกลมที่ถูกแบ่งเป็นสองส่วนและแยกจากกัน  แต่อัลลอฮ สุบหฯ  บันดาลให้มาบรรจบกันจนกลายเป็นวงกลมที่สมบูรณ์

สำหรับเรื่องของการแต่งงานหรือประกอบพิธี นิกาฮ์นั้น  ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1.       การแต่งงานตามบทบัญญัติของศาสนา
2.       การแต่งงานตามประเพณีที่ปฏิบัติกัน
ที่ต้องแบ่งเพราะ 2 ประเภทนั้นเพราะมีความแตกต่างกันอย่างมาก  อย่างเช่นการแต่งงานของชาวมุสลิมบางคนผสมผสานวัฒนธรรมชุมชนเข้าไป  เช่น  การแห่เจ้าบ่าวเข้ามัสยิด  โดยมีต้นกล้วย  ต้นอ้อย  นำหน้าขบวน  หรือมีของที่สื่อความหมายในทำนองว่าให้คู่บ่าวสาวอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนนาน  ซึ่งแบบอย่างเหล่านี้ไม่ใช่เป็นแนวทางของอิสลาม  เพราะการแต่งงานแบบอิสลามนั้นเป็นบทบัญญัติที่มาจากพระผู้เป็นเจ้าและห้ามเสริมเติมแต่งหลักการที่มีอยู่แล้วเป็นอย่างอื่นนอกเหนือหลัก
องค์ประกอบในการทำพิธีนิกาฮ์มี 5 ประการ
1.       เจ้าบ่าว  เจ้าสาว
2.       วะลีย์(ผู้ปกครองของฝ่ายหญิง)  ซึ่งต้องเป็นผู้ปกครองทางด้านเชื้อสายและเป็นผู้ที่ไม่สามารถแต่งงานกับเจ้าสาวได้หมายถึงคุณพ่อของเจ้าสาวพี่ชายแท้ ๆ ญาติสนิทแท้ ๆ
3.       พยาน 2 คน  ต้องเป็นผู้ชายที่มีคุณธรรม  คือ เป็นผู้ที่เคร่งครัดในการปฏิบัติหลักการของศาสนา
4.       คำเสนอของ  วะลีย์
5.       คำสนองตอบของเจ้าบ่าว
ปฏิบัติเพียง 5 ข้อนี้  ชายหญิงก็จะได้ชื่อว่าแต่งงานกันอย่างถูกต้องเป็นสามี-ภรรยา  ตามหลักของอิสลามแล้วส่วนการจดทะเบียนสมรสนั้น  เป็นเรื่องของสังคมและกฎหมายที่เข้ามาเป็นองค์ประกอบ

         
รายละเอียดของการนิกาฮ์ตามหลักอิสลาม
ประเพณีการแต่งงานในศาสนาอิสลาม  เริ่มจากการสู่ขอ  โดยมีเงื่อนไขว่าต้องสู่ขอสตรีที่สามารถแต่งงานได้ด้วยเท่านั้น  หมายถึง หญิงที่ไม่ได้อยู่ระหว่าง  อิดดะฮ (อยู่ในช่วงสามเดือนแรกของการหย่าร้าง) หรือหญิงสามีตาย (ซึ่งต้องรอจนครบสี่เดือนกับสิบวันเสียก่อนจึงจะสู่ขอได้) เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลงและกำหนดมะฮัร (คือสินสอดที่ฝ่ายชายมอบให้ฝ่ายหญิง  ตามที่ฝ่ายหญิงเรียกร้องและสินสอดนั้นจะเป็นสิทธิ์ของฝ่ายหญิงแต่เพียงผู้เดียว) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ก็ต้องหาวันแต่งงานตามสะดวง  วันแต่งงานเจ้าบ่าวจะต้องยกของหมั้นหรือมะฮัรมาที่บ้านเจ้าสาวหรืออาจจะไปทำพิธีที่มัสยิดได้

คำกล่าวที่ใช้ในพิธีนิกาฮ์
พิธีจะเริ่มต้นด้วยการอ่านปาฐกถาธรรม (บทที่ว่าด้วยการครองเรือน) ให้เจ้าบ่าว  เจ้าสาวฟัง
จากนั้นก็จะเป็นคำเสนอของวลีย์  คือ  ตำกล่าวของผู้ปกครองฝ่ายเจ้าสาวเพื่อให้เจ้าบ่าวยอมการแต่งงานครั้งนี้  มีหลักใหญ่ใจความว่า ฉันนิกท่าน (ชื่อเจ้าบ่าว) กับลูกสาว (ชื่อเจ้าสาว) ด้วยมะฮัร  ตกลงกันไว้
เมื่อวลีย์กล่าวคำเสนอจบแล้ว  เจ้าบ่าวต้องกล่าวคำสนองทันทีว่า  “ผมรับการนิกานางสาว (ชื่อเจ้าสาว) ด้วยมะฮัรตามที่ตกลงไว้

การเลี้ยงฉลองการแต่งงาน
                หลักแต่งงาน(นิกาฮ์)เสร็จแล้วก็สามารถจัดงานเลี้ยงฉลองได้เรียกว่า วะลีมะฮซึ่งอาจจัดเลี้ยงบ้าน  สโมสร  หรือโรงแรมก็ได้  ตามสะดวก  การเลี้ยงฉลองอาจไม่ต้องทำในวันเดียวกันกับวันนิกาหก็ได้  แต่การเลี้ยงฉลองนั้นต้องรักษาไว้ซึ่งระเบียบและความงานแห่งศาสนา  จะต้องไม่นำสิ่งที่ศาสนาห้ามไปเป็นส่วนหนึ่งของการเลี้ยงฉลอง วะลีมะฮ์

ความสำคัญของการแต่งงานแบบอิสลาม
                อิสลามนั้นได้ให้ความสำคัญของการสร้างครอบครัวไว้สูง  เพราะการแต่งงานเมื่อมีพร้อมและเมื่อถึงวัยอันควร  เป็นการเริ่มต้นของการสร้างครอบครัวและเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความเข็มแข็งทางสังคม



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น