วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

กิจกรรม วิถีชีวิต (เศรษฐศาสตร์) การทำสวนยางพารา ตอนที่ 1

                       ผู้นำเสนอ

   1. นายจอมทัพ    สารคุณ
   2. ด.ช.อนุพงศ์     ทักษ์แก้ว

                    ครูที่ปรึกษา

   1. น.ส.วิไล    พงศ์ภัทรกิจ
   2. น.ส.สุธารี    โออินทร์

พื้นที่ที่จะใช้ปลูกยาง
          ควรใช้ดินที่เหมาะแก่การปลูกยางจริง ๆ  คือ ต้องเป็นดินร่วน  ดินชั้นล่างต้องไม่เป็นหินดินดาน หรือลูกรังมากเกินไป หรือเป็นที่ทรายจัด  หรือเป็นที่ลุ่มที่ขุดลงไปไม่เกิน  ๑.๕ เซนติเมตรก็มีน้ำ หรือเป็นที่ที่น้ำท่วมในฤดูฝนเป็นเวลานานทุกปี   ย่อมไม่เหมาะที่จะปลูกต้นยาง  ควรจะปลูกพืชยืนต้นอย่างอื่นที่เหมาะกับสภาพของดินจะได้ประโยชน์มากกว่า
          การปลูกสร้างสวนยางให้ได้ผลดี  จำเป็นจะต้องศึกษาถึงวิธีปฏิบัติในการปลูก  และการบำรุงรักษาสวนยางให้เข้าใจโดยตลอดเสียก่อน
การเตรียมพื้นที่
          จะต้องคำนึงถึงข้อสำคัญที่ควรระวัง    ประการ  คือ
          (๑) หญ้าคา  เป็นศัตรูสำคัญของต้นยางและพืชทุกชนิด จะต้องกำจัดให้หมดก่อนที่จะโค่นไม้ป่าหรือไม้ใหญ่ลง อาจทำได้โดยขุดเอารากออกหรือใช้ยาทำลาย  ถ้าทิ้งไว้ทำลายภายหลังการโค่น  หญ้าคาจะยิ่งเจริญงอกงามรวดเร็วขึ้น  เพราะเป็นที่โล่งแจ้ง ปราศจากร่มเงา จะปราบยากลำบากยิ่งขึ้น  ส่วนวัชพืชอย่างอื่นนั้นถ้าเอาไว้คลุมดิน หรือเอาไว้ป้องกันการพังทลายของดิน  หรือป้องกันการชะล้างของน้ำฝนบ้างก็ได้  แต่จะต้องหวดให้ต่ำอยู่เสมอ อย่าให้สูงเกินกว่า  ๕๐  เซนติเมตร และไม่ให้ลุกลามเข้าไปใกล้แนวปลูกต้นยาง วัชพืชทุกชนิดจะต้องอยู่ห่างจากต้นยางทุกด้านไม่น้อยกว่า     เมตร  แต่ถ้าปลูกพืชคลุมดินแทนวัชพืชได้จะเป็นประโยชน์มาก มิใช่จะสะดวกแก่การดูแลรักษาเท่านั้น  แต่จะช่วยให้ดินได้รับความชุ่มชื้น  และได้รับธาตุอาหารเพิ่มขึ้นอีกด้วย
          (๒)  ดินบน  ย่อมมีประโยชน์แก่ต้นไม้มาก  ถ้าใช้รถแทรกเตอร์ช่วยขุดโค่นและเตรียมดิน จะต้องระวังหน้าดินอย่าให้ถูกกลบเสียหายไปเสียเปล่า 
          (๓)  แมลงและสัตว์  เช่น  ปลวก  เม่น  ฯลฯ  ที่จะกัดกินต้นยาง จำเป็นจะต้องหาทางป้องกันโดยไม่ทำให้สวนรกรุงรัง


                                                             
       การกะระยะการปลูก
          ภายหลังที่ปราบหญ้าคาและได้โค่นไม้ใหญ่ลงหมดแล้ว  ขั้นต่อไปจะ ต้องเตรียมดินขุดหลุมไว้ให้พร้อมที่จะปลูกได้ทันทีเมื่อถึงฤดูฝน
          ในการเตรียมดินและขุดหลุม  ควรพิจารณาถึงสภาพของพื้นที่เสียก่อนว่าเป็นที่ราบ หรือเป็นที่ควนเขาทางน้ำที่มีอยู่เดิมใช้ได้ดีหรือไม่  ถ้าเป็นที่ราบปัญหาก็มีเพียงแต่การทำลำรางระบายน้ำเท่านั้น ถ้าเป็นที่ควนเขาหรือเป็นที่เนินลาด        จะต้องหาวิธีป้องกันมิให้ฝนชะล้างดินด้วย  โดยทำหรือแต่งที่ควนเขาให้เป็นขั้น ๆ  คล้ายกับขั้นบันได (terrace) บนขั้นจะมีชานดินกว้างไม่น้อยกว่า  ๑.๕  เมตร   พอที่จะปลูกต้นยางให้เติบโตได้เต็มที่  ถ้าเป็นที่ลาดเอียงน้อย  ควรจะทำคูและคันขวางดักน้ำไว้เป็นระยะ 
          ในทางปฏิบัติที่ดีในเนื้อที่    ไร่ ควรจะมีต้นยางที่ได้ขนาดกรีดแล้วเพียงไร่ละประมาณ  ๕๐-๕๕  ต้น  ในการปลูกจำเป็นต้องปลูกเผื่อต้นตายหรือต้นแคระแกร็นไว้ด้วย  ฉะนั้น  ในการกะระยะปลูกควรคำนึงถึงจำนวนต้น  และคำนึงถึงความเจริญของต้นยาง  อย่าให้เบียดกันจนเป็นเหตุให้ต้นแคระแกร็น  ถ้าปลูกด้วยต้นกล้าจะต้องปลูกให้ได้ไร่ละประมาณ  ๘๐  ต้น  เพราะต้นกล้าแม้ว่าจะเป็นเมล็ดจากต้นพันธุ์ดีเพียงใดก็ตาม ย่อมจะมีต้นอ่อนแอ  และอาจเป็นเมล็ดที่ถูกผสมกับต้นอื่น  จึงต้องปลูกเผื่อไว้เล็กน้อย และถ้าปลูกด้วยตอติดตา หรือต้นติดตา  หรือจะติดตาในแปลงภายหลัง  ต้นที่ใช้ปลูกเหล่านี้เป็นพันธุ์แท้ ไม่กลาย จะปลูกเพียงไร่ละประมาณ ๗๐ ต้น  เท่านั้นก็พอ
          (๑) ถ้าเป็นพื้นที่ราบ   ควรปลูกแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า  โดยใช้ระยะให้ใกล้กับสี่เหลี่ยมจัตุรัส  เช่น ๔ x   เมตร  ๔.๕ x    เมตร    ๓.๕ x    เมตร      ถ้าต้องการปลูกพืชเพื่อหารายได้ชั่วคราวระหว่างแถวยาง  หรือเป็นที่ที่มีฝนชุก  ต้องการให้เปลือกต้นยางแห้งเร็ว  จะใช้ระยะตามข้อ  (๒)  ก็ได้  ระยะตามข้อ  (๒)  ถ้าใช้ในที่ราบเรียกว่า  ปลูกแบบถนน   ถ้าไม่ต้องการปลูกพืชเพื่อหารายได้หรือไม่มีวัตถุประสงค์อย่างอื่นแล้ว  ก็ไม่จำเป็นที่จะใช้ระยะตามข้อ (๒)  เพราะจะทำให้เกิดภาระ
ในการปราบวัชพืชเพิ่มมากขึ้น  นอกจากนั้น การที่เปิดช่องไว้กว้างจะทำให้รับลมมากเกินไป ถ้ามีลมแรงหรือพายุ  ต้นยางอาจหักหรือโค่นลงได้
          (๒)  ถ้าเป็นที่ควนเขาหรือที่ลาด   ควรใช้ระยะระหว่างต้นให้ถี่ และระยะระหว่างแถว คือ ชานดินที่เป็นขั้น ๆ ให้ห่าง เพื่อให้จำนวนขั้นบันไดน้อยลง โดยใช้ระยะ  ๒.๕ x    เมตร    x   เมตร   หรือ  x    เมตร
          (๓) ถ้าเป็นสวนยางขนาดเล็ก  เช่น สวนยางขนาดเนื้อที่ไม่เกิน ๕ x ๖ ไร่   ต้องการจะอาศัยปลูกพืชอื่นเก็บกินเป็นการถาวรทุก ๆ  ปี  เช่น   พืชล้มลุกหรือพืชอายุนานแต่เป็นต้นเล็ก ๆ  เช่น กล้วย  พริก  สับปะรด  ในกรณีนี้  จะปลูกต้นยางโดยใช้แบบรั้วแถวเดียวก็ได้  แต่ละแถวให้ห่างกันประมาณ ๑๔ เมตร  และต้นยางแต่ละต้นต้องปลูกห่างกันเพียง     เมตร  หรือจะใช้แถวคู่ก็ได้  แต่ต้องให้ระยะแถวคู่แต่ละคู่ห่างกัน ๑๖-๑๘ เมตร และ แถวคู่ทุก ๆ  แถว  ต้องปลูกต้นยางเป็นรูป   ฟันปลาห่างกัน   ๒.๕ x    เมตร  การปลูกแบบรั้วแถวคู่โดยใช้ระยะดังกล่าวนี้  อาจจะแก้ปัญหาต้นยางเอียงออกได้ดีขึ้น
          การใช้ระยะปลูกต้นยางตามข้อ  (๓) เป็นแบบที่ไม่ดีนัก  เพราะเป็นแบบที่ต้นยางอยู่ชิดกันเกินไป  และเป็นแบบที่ปล่อยที่ดินให้โล่งแจ้ง  ถูกแดดแผดเผามาก  วัชพืชเจริญรวดเร็ว  ถ้าไม่ใช้ที่ดินที่ว่างอยู่นี้ให้เกิดประโยชน์เป็นการถาวรแล้ว ไม่ควรใช้ระยะปลูกแบบนี้  นอกจากปรากฏข้อเสียดังกล่าวแล้ว การปลูกแบบนี้ยังปลูกต้นยางได้น้อยต้น  คือ  ปลูกได้ไร่ละประมาณ  ๕๐-๖๐ ต้น  เท่านั้น  และถ้าปลูกแถวคู่  ต้นยางอาจจะไม่สมบูรณ์เต็มที่และลำต้นมักจะเอียงออก  ฉะนั้น ก่อนที่จะปลูกแบบนี้ จะต้องคิดให้รอบคอบก่อนว่า  จะใช้ที่ดินที่ว่างปลูกอะไรแน่ และพืชที่จะปลูกนั้นจะได้ผลช่วยให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าที่จะปลูกต้นยางอย่างเดียวหรือไม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น